>>ฟันหลอแบบนี้ ต้องใส่แบบไหน มาเลือกฟันปลอมกัน

ฟันหลอแบบนี้ ต้องใส่แบบไหน

มาเลือกฟันปลอมกัน

ฟันปลอมแบบไหนดี

จากคราวก่อนที่พูดถึงฟันปลอมเถื่อนอันแสนน่ากลัวไปแล้ว
วันนี้ฟันดีดี มาพร้อมกับคู่มือการเลือกฟันปลอมอย่างง่ายใน 5 นาที 
ให้เราได้ศึกษากันไว้ว่าฟันปลอมมีแบบไหนบ้าง และแบบไหนที่อาจจะเหมาะกับเรา หรือคุณพ่อคุณแม่ที่เราต้องพาไปทำฟัน

ก่อนอื่นเลย คือ ฟันปลอมแบ่งใหญ่ ๆ ได้ 2 ชนิด ได้แก่ ฟันปลอมชนิดถอดได้ และชนิดติดแน่น

ฟันปลอมมีกี่ชนิด

ฟันปลอมแบ่งใหญ่ ๆ ได้ 2 ชนิด ได้แก่ ฟันปลอมชนิดถอดได้ และชนิดติดแน่น

1. ฟันปลอมชนิดถอดได้
โดยทั่วไปแล้ว ฟันปลอมชนิดนี้จะมีราคาต่ำกว่าฟันปลอมชนิดติดแน่น ถอดทำความสะอาดได้ง่าย
แต่ในระยะแรก อาจต้องอาศัยการปรับตัวให้ชินกับการใส่มากหน่อย ข้อควรจำสำหรับฟันปลอมชนิดนี้ คือ ห้ามใส่เวลานอน! (ไม่ว่าจะนอนกลางวันหรือกลางคืนก็ตาม) โดยก่อนนอนให้ถอดล้างทำความสะอาด และแช่ในภาชนะที่มีน้ำซึ่งเปลี่ยนใหม่ทุกครั้ง

ฟันปลอมชนิดนี้ หากแบ่งตามวัสดุที่ใช้ทำฐานฟันปลอม จะแบ่งแยกย่อยไปได้อีก 2 ชนิด คือ

1.1 ฟันปลอมถอดได้ฐานโลหะ

ฟันปลอมชนิดนี้จะมีตัวฐานเป็นโลหะ และมีฟันเป็นพลาสติกพิเศษที่มีสีและลักษณะใกล้เคียงกับฟันข้างเคียง โดยทั่วไปมีข้อดีที่มักทนทานกว่าแบบฐานพลาสติก ใส่สบายกว่าเพราะบางและเล็ก แต่ก็มักมีราคาสูงกว่าแบบฐานพลาสติก และถ้ามีการชำรุดแตกหัก จะซ่อมแซมได้ยากกว่า

1.2 ฟันปลอมถอดได้ฐานพลาสติก

ฟันปลอมชนิดนี้จะมีทั้งฐานและฟันเป็นพลาสติกพิเศษ ฐานจะมีสีชมพูคล้ายเหงือก ในขณะที่ฟันก็จะมีสีและลักษณะใกล้เคียงกับฟันข้างเคียงโดยทั่วไปมีข้อดีที่มักมีราคาถูก หากเกิดการชำรุด แตกหัก หรือต้องการเติมซี่ฟัน (กรณีที่มีการถอนฟันเพิ่มเติม) ก็สามารถทำได้ง่ายกว่า แต่ฟันปลอมชนิดนี้ก็มักไม่แข็งแรงทนทานเท่าฟันปลอมถอดได้ฐานโลหะ อีกทั้งตัวฐานก็ยังมักต้องมีขนาดใหญ่และหนากว่าฟันปลอมถอดได้ฐานโลหะ (เพื่อเพิ่มความแข็งแรง) อีกด้วย ดั้งนั้น ในช่วงแรกจึงอาจใส่แล้วเกิดความรำคาญได้มากกว่า แต่ในที่สุดเราก็จะค่อย ๆ ชินกับมันไปเอง

แปรงฟันแห้ง = ฟันแข็งแรงกว่า

2. ฟันปลอมชนิดติดแน่น
เนื่องจากฟันปลอมชนิดนี้มักมีขนาดเล็ก จึงมีข้อดีที่มักไม่ค่อยทำให้เกิดความรำคาญภายหลังการใส่ และมีความสวยงามเป็นธรรมชาติมาก แต่ก็มักมีราคาค่อนข้างสูง (เมื่อเทียบกับฟันปลอมชนิดถอดได้) และยังต้องการการดูแลทำความสะอาดเป็นพิเศษ เนื่องจากถอดออกมาล้างไม่ได้อีกด้วย โดยหากทำความสะอาดได้ไม่ดีพอ ก็มีโอกาสที่จะเกิดฟันผุ เหงือกอักเสบ และโรคอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย

ฟันปลอมชนิดติดแน่น สามารถแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ตามลักษณะได้อีก ดังนี้

2.1 ครอบฟัน
ใช้ในกรณีที่มีการสูญเสียส่วนของฟันไปมาก ๆ ซึ่งไม่สามารถบูรณะด้วยการอุดโดยตรงได้ (ฟันปลอมติดแน่นชนิดนี้ไม่ได้ทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไปจากการถอนฟัน)

2.2 สะพานฟัน
ใช้เพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไปเพียงไม่กี่ซี่ (ช่องว่างขนาดไม่ใหญ่มาก) โดยต้องมีการกรอเคลือบฟันและเนื้อฟัน (ที่ยังดี ๆ อยู่) ของฟันข้างเคียง (โดยทั่วไปมักเป็นตำแหน่งหัวและท้ายของช่องว่าง) เพื่อใช้เป็นหลักยึดให้สะพานฟัน

2.3 รากเทียม
ใช้เพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป โดยการฝังโลหะไทเทเนียมที่มีลักษณะคล้ายรากฟันเข้าไปในกระดูก (เพื่อทดแทนรากฟันธรรมชาติ) แล้วจึงบูรณะด้วยครอบฟันหรือสะพานฟันทับบนรากเทียมนั้นต่อไป มีข้อดี คือ ไม่ต้องกรอฟันธรรมชาติข้างเคียง (ที่ยังดี ๆ อยู่) เพื่อเป็นหลักยึดเหมือนสะพานฟัน แต่ก็เป็นการใส่ฟันปลอมชนิดที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด

สิ่งสำคัญ คือหมอฟันต้องเป็นผู้ดูแล

นอกจากสิ่งที่ได้กล่าวมาแล้ว การเลือกฟันปลอมให้เหมาะสมกับแต่ละคนก็ยังมีปัจจัยและข้อควรพิจารณาอีกมากมาย เช่น ชนิดของการสูญเสียฟัน สภาพอื่น ๆ ในช่องปาก เวลา ความชอบส่วนบุคคล และความร่วมมือในการดูแลทำความสะอาดช่องปาก รวมถึงฟันปลอม เป็นต้น

ซึ่งทันตแพทย์ที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมาอย่างหนักหน่วง (อย่างน้อยก็ 6 ปี) จะเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำ รวมถึงร่วมตัดสินใจและให้การรักษาได้เป็นอย่างดี

ดังนั้น ฟันดีดี จึงอยากแนะนำให้คนที่มีฟันหลอไปพบทันตแพทย์ (จริง ๆ) เพื่อรับการรักษาที่มีคุณภาพ และถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งสุดท้ายผลดีก็จะเกิดขึ้นกับตัวเราเองนั่นแหล่ะ อย่าคิดสั้นไปพบหมอเถื่อน ผู้ที่ไม่ได้รู้อะไรมากมาย และมักใช้ของ (เถื่อน) ที่ด้อยคุณภาพมาให้เราอมไว้ในปากตลอดเวลาเลยนะ

Comments

comments