>>เปลี่ยนความเชื่อ แปรงฟันแรง ! ไม่ได้ช่วยให้ฟันสะอาดขึ้น

เปลี่ยนความเชื่อ แปรงฟันแรง !

ไม่ได้ช่วยให้ฟันสะอาดขึ้น

แปรงฟันแรงๆ ! ไม่ได้ช่วยให้ฟันสะอาดขึ้น

การแปรงฟันอย่างน้องวันละ 2 ครั้งเป็นเรื่องที่ดี
แต่ควรออกแรงในการแปรงที่พอเหมาะ

(คือแรงประมาณ 300-400 กรัม หรือเท่ากับแรงตอนเราเขียนหนังสือ ไม่ได้แรงมากไป)

บางคนมีความเชื่อที่ผิดว่า การแปรงแรงๆ ฟันจะสะอาดและหินปูนจะหลุดได้

ซึ่งไม่เป็นความจริงเลยเพราะหินปูนในช่องปาก หรือหินน้ำลายนั้น
ไม่สามารถหลุดออกได้ด้วยการแปรงฟัน

แต่การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันสามารถป้องกันการเกิดหินน้ำลายได้
แค่ขยับแปรงเบาๆแล้วปัด ตำแหน่งละประมาณ 10-15 ครั้ง ทั่วทุกซี่ทั้งปาก

นอกจากนี้ การแปรงฟันแรงๆ ยังส่งผลเสียที่ย่ำแย่ในระยะยาวอีกด้วย

ผลเสียจากการแปรงฟันแรง

1.ฟันสึก – กรณีที่พบบ่อยคือแปรงฟันแรงๆ จนฟันสึก โดยเฉพาะบริเวณคอฟัน
ทำให้เสียวฟัน และเศษอาหารเข้าไปติดได้ง่าย กลายเป็นฟันผุและติดเชื้อได้ง่ายขึ้นไปอีก
ความรุนแรงจะเกิดมากขึ้นเมื่อแปรงแรงร่วมกับการใช้แปรงสีฟันที่ขนแปรงแข็งเกินไป

จึงควรเลือกแปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม (อ่านคู่มือเลือกแปรงสีฟันฉบับย่อ: betterteeththailand.com/toothbrush-manual)

2.เหงือกเป็นแผล – การแปรงฟันแรงๆ ทำให้เนื้อเยื่อเหงือกที่บอบบางถูกกระทบกระเทือนจนเป็นแผลได้

การรักษาคอฟันสึก (โดยเฉพาะเมื่อมีอาการเสียวฟันร่วมด้วย) รอยสึกขนาดเล็กและตื้น ที่มีอาการเสียวฟันร่วมด้วย
ทันตแพทย์มักรักษาอาการเสียวฟันโดยทาสารช่วยลดอาการเสียวฟัน ร่วมกับแนะนำให้ใช้ยาสีฟันช่วยลดอาการเสียวฟัน
สำหรับรอยสึกที่มีขนาดลึก ทันตแพทย์จะใช้วัสดุสีเหมือนฟันเช่น เรซิน คอมโพสิต หรือกลาสไอโอโนเมอร์ อุดปิดบริเวณรอยสึก
อาการเสียวฟันมักหายทันทีหลังการอุดฟัน อายุการใช้งานของวัสดุอุด
ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน การรักษาสุขภาพช่องปากให้ดี เช่น การแปรงฟันอย่างถูกวิธี
ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดบริเวณซอกฟัน การตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน
จะช่วยยืดอายุการใช้งานของวัสดุอุดฟันให้นานขึ้นได้ และถึงแม้จะอุดคอฟันแล้ว แต่ถ้ายังแปรงแรง
วัสดุสามารถหลุดได้หรือสึกใหม่ได้คะ

ที่มา: J clin periodontol, 1996 : Toothbrushing force in relation to plaque removal. Van der velden et al.

Comments

comments