‘โรคฟันผุ’ เป็นโรคเกี่ยวกับฟันที่พบบ่อยที่สุด
แต่คนส่วนใหญ่มักจะไปพบหมอฟันเมื่อมีอาการปวดฟัน
หรือรู้สึกว่ามีความผิดปกติในช่องปากแล้วเท่านั้น

โรคฟันผุแบ่งได้เป็น 4 ระยะ (https://www.facebook.com/betterteeththailand/photos/a.1713499492286616/1894653077504589/?type=3&theater)
โดยระยะที่เราจะเริ่มรู้สึกเสียว/ปวดฟัน คือ ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นระยะที่ผุลุกลามเข้าสู่ชั้นเนื้อฟัน (Dentin) แล้ว
แต่ … คนส่วนใหญ่ก็มักจะยังอดทน ไม่ยอมไปหาหมอฟัน ปล่อยให้อาการเสียว/ปวดฟัน
ดังกล่าวมากขึ้นจนเข้าสู่ระยะที่ 3 ที่ผุลามไปจนถึงโพรงประสาทฟัน (Dental Pulp)
ยิ่งไปกว่านั้น บางคนก็ปล่อยปละละเลยจนเข้าสู่ระยะที่ 4 ซึ่งน่าสยองกว่านัก
เพราะจะมีหนอง และลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ รอบฟัน

ดังนั้น การรอให้รู้สึกเสียว/ปวดฟันก่อนค่อยเข้าไปหาหมอฟันก็ได้
ในบางครั้ง มันก็อาจจะสายเกินไป

ฟันดีดี จะแนะนำเทคนิคง่ายๆ
ในการตรวจเช็คฟันผุด้วยตนเอ
เพื่อให้เรา ‘เอะใจ’ และเข้าไปหาหมอฟันให้รักษาฟันได้ทันเวลา

1.สีฟัน
สีของฟัน เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยบอกได้ว่า เกิดอะไรขึ้นกับฟันของเรา
ฟันผุนั้นไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นคราบดำเสมอไป
อย่างฟันผุในระยะที่ 1 ที่ผิวฟันจะเริ่มมีสีขาวขุ่นเป็นด่าง ๆ ดวง ๆ
โดยเฉพาะบริเวณคอฟัน
ทั้งนี้ ฟันผุในระยะนี้อาจหายได้เอง
ถ้าแปรงฟันให้สะอาดด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เข้มข้น (ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟัน)
แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าส่องเจอความผิดปกตินี้
#ฟันดีดี ก็แนะนำให้ไปพบหมอฟันด้วย
เพราะอาจยังมีฟันผุหรือความผิดปกติอื่น ๆ
ที่เราไม่อาจเห็นได้เองอีกก็ได้
รวมทั้งหมอฟันจะได้ให้คำแนะนำในการป้องกันไม่ให้เกิดฟันผุแบบนี้ขึ้นอีก

2. เศษอาหาร
อาการหนึ่งที่หมอฟันมักเล่าให้ #ฟันดีดี ฟังว่าเป็นอาการ Top Hit ของฟันผุที่คนไข้มักจะมาหา
ก็คือ การมีเศษอาหารติดที่ฟัน (โดยเฉพาะซอกฟัน) บริเวณเดิมบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ
เพราะมักจะหมายถึงว่าฟันบริเวณนั้นเป็นรู เศษอาหารจึงเข้าไปติดได้บ่อย ๆ นั่นเอง
แม้บางเคสที่มีเศษอาหารติดอาจจะไม่ใช่เพราะมีฟันผุ
แต่เศษอาหารเหล่านั้นก็จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดฟันผุในอนาคตได้ ซึ่งในกรณีนี้
หมอฟันก็จะแนะนำวิธีปฏิบัติตนเพื่อลดความเสี่ยงนั้นลงด้วย

3.เสียว/ปวดฟัน
ถ้ารู้สึกเสียว/ปวดฟันอยู่บ่อย ๆ อาจแปลว่าเรากำลังมีฟันผุในระยะที่ 2
ซึ่งเป็นระยะที่เคลือบฟันถูกกรดทำลายมากขึ้น รูฟันผุลุกลามกว้างขึ้น
และลึกเข้าสู่ชั้นเนื้อฟัน (dentin) จนเราเสียวฟันจี๊ด ๆ
ซึ่งจำเป็นต้องรักษาด้วยการอุดฟัน
ไม่เพียงแค่นั้น อาการเสียว/ปวดฟันนี้ ยังอาจหมายถึงฟันผุที่ลุกลามต่อไปจนถึงระยะที่ 3
ซึ่งต้องรักษาด้วยการรักษาที่ยุ่งยากขึ้น เช่น รักษารากฟันร่วมกับทำครอบฟัน และที่เลวร้ายที่สุด
ก็คือ ฟันอาจผุไปจนถึงระยะที่ 4 แล้ว ซึ่งการรักษาจะยุ่งยากขึ้นไปอีก และมีความสำเร็จในการรักษาลดลงอีกด้วย

และนี่ก็คืออาการในขั้นต้นที่พอจะบ่งบอกได้ว่า เราอาจจะ ‘ฟันผุ’
และควรไปหาหมอฟันเพื่อช่วยกันคอนเฟิร์มว่าผุจริงหรือไม่ และจะต้องแก้ไขอย่างไร
เพื่อไม่ให้ฟันผุนั้นลุกลามจนต้องรักษาแบบเจ็บตัว และเจ็บกระเป๋าตังค์