แต่ละวัยดูแลฟันอย่างไร?

อยากมี ‘ฟันดีดี’ ก็ต้องดูแลฟันให้ดีทุกช่วงวัย

ซึ่งแต่ละวัย ก็มีจุดเน้นแตกต่างกันไป

จะเป็นอย่างไรมาดูกันเล้ย

LV. 1: สายมินิมอล

เริ่มตั้งแต่ทารกซึ่งฟันซี่แรกมักเริ่มขึ้นตอนอายุประมาณ 6 เดือน

ผู้ปกครองควรพาน้องๆ มาพบหมอฟันตั้งแต่ก่อน 1 ขวบ

เพื่อให้เด็กมีความคุ้นเคยกับหมอฟัน

และถือโอกาสตรวจสุขภาพช่องปากไปในตัว

การดูแลฟันให้ลูกรักในแต่ละช่วงวัย มี ‘จุดเน้น’ ที่แตกต่างกันดังนี้

  • – เด็กวัยเตาะแตะ (อายุต่ำกว่า 3 ปี)

    ควรเริ่มแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 1000-1500 ppm*

    ตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น

    โดยใช้แปรงสีฟันเด็กแตะยาสีฟันแค่พอเปียก

    แล้วผู้ปกครองเป็นผู้แปรงให้

    เมื่อแปรงเสร็จให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดยาสีฟันออก

  • – เด็กเล็ก (อายุ 3-6 ปี)

    ควรแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 1000-1500 ppm*

    โดยบีบเท่า ‘ความกว้าง’ ของหน้าตัดแปรง

    ทั้งนี้ ผู้ปกครองควรเป็นผู้บีบยาสีฟัน

    แล้วให้เด็กแปรงเอง

    จากนั้นจึงคอยดูแลให้เด็กบ้วนยาสีฟันออกเมื่อแปรงเสร็จ

    แล้วจึงแปรงซ้ำอีกครั้ง

    (*ขึ้นกับความเสี่ยงในการเกิดฟันผุที่ทันตแพทย์เป็นผู้ประเมิน)

  • – เด็กวัยเรียน (อายุ 6 ปีขึ้นไป)

    ควรแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 1500 ppm

    โดยบีบเท่า ‘ความยาว’ ของหน้าตัดแปรง

    ให้เด็กแปรงเอง เมื่อแปรงเสร็จให้บ้วนยาสีฟันออก

    แล้วผู้ปกครองจึงตรวจความสะอาดอีกครั้ง

วัยรุ่น

ควรแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ตามสูตร 2-2-2

โดยแปรงอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง

ครั้งละอย่างน้อย 2 นาที

และงดกินหลังแปรงอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

ร่วมกับใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน

.

ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง

เช่น ชานมไข่มุก ลูกอม ขนมเหนียว ฯลฯ

เพราะนอกจากจะทำให้อ้วน สูญเสียความมั่นใจแล้ว

ยังเพิ่มโอกาสที่ฟันจะผุอีกด้วยนะ

.

ถ้าจำเป็นต้องจัดฟัน ควรเลือกหน่วยบริการ/คลินิกทันตกรรมที่ได้มาตรฐาน

และต้องทำความสะอาดช่องปาก รวมถึงอุปกรณ์จัดฟันให้ดีเป็นพิเศษ

ไม่งั้นจากฟันจะสวย จะกลายเป็นฟันเสียแน่นอน

วัยทำงาน

วัยนี้เป็นอีกช่วงวัยสำคัญ

ถ้าดูแล #ฟันดีดี เราก็มี #ฟันยังดี ไปจนถึงวัยเก๋า

ดังนั้น #การ์ดอย่าตก!

ยังคงต้องแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ตามสูตร 2-2-2

โดยแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง

ครั้งละอย่างน้อย 2 นาที

และงดกินหลังแปรงอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

เพื่อขจัดแผ่นคราบจุลินทรีย์

ลดโอกาสการเกิดฟันผุและโรคเหงือกอักเสบ

ร่วมกับใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน

เพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์และเศษอาหารตามซอกฟัน

ที่ขนแปรงเข้าไม่ถึง

วัยเก๋า

‘โรคประจำตัว’ มักเป็นเพื่อนคู่กายวัยเก๋า

และสุขภาพช่องปากก็มีความเชื่อมโยงกับโรคประจำตัวหลายโรค

เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น

ดังนั้น วัยเก๋าจึงควรดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี

อีกทั้งพบหมอฟันเป็นประจำ

แม้จะไม่มีฟันแล้วก็ตาม!

สำหรับการดูแลช่องปากเบื้องต้นก็คล้ายเดิมเลยจร้า

คือ แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ตามสูตร 2-2-2

ร่วมกับทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน

แต่เนื่องจากวัยนี้มักมีปัญหาเหงือกร่น

จึงควรแปรงฟันโดยเน้นให้ขนแปรงสัมผัสคอฟันทุกซี่

ทั้งด้านกระพุ้งแก้มและลิ้น (แต่ไม่แปรงแรงจนคอฟันสึกนะ)

อีกทั้งทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟัน

ร่วมกับใช้แปรงซอกฟันในบริเวณซอกฟันที่มีเหงือกร่น

ซึ่งไหมขัดฟันที่มีลักษณะเป็นเส้นขนาดเล็ก

จะไม่สามารถทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ

อีกหนึ่งปัญหาที่มักเจอในวัยเก๋าก็คือ

‘ภาวะปากแห้ง/น้ำลายน้อย!’

ซึ่งมักทำให้กลืนอาหารลำบาก ช่องปากเสียสมดุล

เสี่ยงฟันผุและเป็นแผลในช่องปากง่ายขึ้น

วัยเก๋าที่มีปัญหานี้ #ฟันดีดี แนะนำให้พยายามทำช่องปากให้ชุ่มชื้น

โดยวิธีง่ายๆ ที่สามารถทำได้เองก็เช่น จิบน้ำบ่อยๆ

เคี้ยวหมากฝรั่งที่ไม่มีน้ำตาลเพื่อกระตุ้นการหลั่งของน้ำลาย

หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่/ดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ

ทั้งนี้ อาจปรึกษาหมอฟันในกรณีที่รู้สึกปากแห้งมากๆ

เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมเพิ่มเติมต่อไป

แหล่งข้อมูล:
– ราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย
– สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

อย่าลืมกดติดตามเพจ ‘#ฟันดีดี’ เอาไว้ เพื่อล้วงความลับใหม่ ๆ สนุกสุดฟันไปด้วยกันกับทีมแพทย์และทีมงานฟันดีดีนะจ๊ะ