>>ถ้ารักกันจริง..ก็เปลี่ยนแปรงเถอะ

ถ้ารักกันจริง..ก็เปลี่ยนแปรงเถอะ

แปรงสีฟัน ทำให้เราป่วยได้นะ !

‘แปรงสีฟัน’ อุปกรณ์ทำความสะอาดคู่ใจของทุกคนที่ต้องพบเจอกันอย่างน้อยวันละ 2 รอบ คนทั่วไปเห็นแปรงสีฟันเป็นเหมือนหนึ่งในทีมฮีโร่ที่ช่วยดูแลความสะอาดของฟันร่วมกับยาสีฟันและไหมขัดฟัน

ทว่าสำหรับหมอฟันแล้ว ถ้าหากแปรงสีฟันไม่ได้รับการเก็บและทำความสะอาดให้ดี และไม่เปลี่ยนแปรงเมื่อถึงเวลา แปรงสีฟันก็เป็นผู้ร้ายทำลายฟันได้เช่นกัน

การดูแล เทคแคร์แปรงสีฟัน

  • การทำความสะอาด
    หลังแปรงฟันทุกครั้ง ให้ล้างแปรงสีฟันด้วยน้ำสะอาด เพื่อล้างเอายาสีฟันและสิ่งตกค้างจากช่องปากของเราออกให้หมด

  • การเก็บแปรงสีฟัน
    ควรเก็บแปรงในที่แห้ง วางแปรงสีฟันตั้งขึ้นเพื่อให้สัมผัสอากาศ โดยทั่วไปช่องปากจะมีเชื้อโรคอาศัยอยู่ราว ๆ 700 ชนิด และมีสิทธิ์ที่จะแพร่พันธุ์เชื้อต่อบนแปรงสีฟัน ยังไม่นับรวมเชื้อโรคจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ตัวอย่างสุดสยองเช่น แมลงสาปที่มาปีนป่ายบนแปรงสีฟันของเรา และเชื้อโรคจะยิ่งเจริญเติบโตได้ดีขึ้นถ้าเก็บแปรงสีฟันในกล่องปิด ส่วนบ้านไหนมีแปรงสีฟันหลายอันของสมาชิกในบ้าน ควรเก็บให้มีช่องว่างเว้นจากกัน ไม่ให้ขนแปรงมาชนกัน ป้องกันการเดินทางข้ามไปมาของเหล่าเชื้อโรค

  • การเปลี่ยนแปรงสีฟัน
    โดยทั่วไปแปรงสีฟันที่เราใช้ ควรเปลี่ยนทุก ๆ 3-4 เดือน หรืออาจเร็วกว่านั้นถ้าขนแปรงเริ่มบานหรือหมดสภาพ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดน้อยลง

ส่วนข้อแนะนำอื่น ๆ ในการใช้แปรงสีฟันก็คือ เราไม่ควรใช้แปรงสีฟันร่วมกัน เพื่อป้องกันโรคติดต่อที่อาจติดอยู่บนแปรงสีฟันได้

ถ้าเราไม่อยากป่วยบ่อย ๆ ก็ควรดูแล เก็บรักษาและเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้กับช่องปากเช่นนี้เมื่อถึงเวลา บางคนแปรงสีฟันมีคราบดำ ๆ ติดตามซอกแล้วก็ยังเสียดาย ไม่ยอมเปลี่ยนแปรง ถ้าติดเชื้อหรือป่วยขึ้นมา หมอบอกเลยว่าอาจจะไม่คุ้มกันนะคะ

Comments

comments