>, ฟันทั่วไทย ฟันทั่วโลก, ฟันทิพย์>“บุหรี่ไฟฟ้า” แฟชั่นมาแรง แต่ถ้าสูบมากไป อาจเสี่ยงต่อโรคในช่องปากได้

“บุหรี่ไฟฟ้า” แฟชั่นมาแรง

แต่ถ้าสูบมากไป อาจเสี่ยงต่อโรคในช่องปากได้

กระแสที่เราได้ยินกันมานานว่าจะห้ามดี หรือไม่ห้ามดีอย่างนวัตกรรมบุหรี่ไฟฟ้า

ประเทศไทยเองก็เช่นกันครับ บุหรี่ไฟฟ้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘อีซิก’ (E-cigarette) และ ‘เวเปอร์ไรเซอร์’ (Vaporizer) โดยปัจจุบันมีการสูบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่นไทย เหตุเพราะรูปลักษณ์และองค์ประกอบที่ดึงดูดใจให้วัยรุ่นหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้า และกระแสการเลียนแบบในกลุ่มเพื่อนอย่างรวดเร็ว

สูบมากไปอาจทำลายเนื้อเยื่อในปากได้

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Cellular Physiology เปิดเผยถึงการทดลองจำลองเหตุการณ์ในช่องปากขณะที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ผลปรากฏว่าเซลเนื้อเยื่อบุผิวในช่องปากที่สัมผัสกับไอของบุหรี่ไฟฟ้านั้นตายเป็นจำนวนมาก

เซลเนื้อเยื่อบุช่องปาก เป็นเสมือนเกราะกำบังชั้นนอกของร่างกายที่คอยปกป้องเซลต่าง ๆ ที่อยู่ภายในจากสิ่งแปลกปลอม เช่น เชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส เป็นต้น ถ้าหากเซลเนื้อเยื่อบุผิวนี้ถูกทำลายก็จะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อในช่องปากได้

ซึ่งทีมผู้วิจัยได้จำลองสถานการณ์ในช่องปาก โดยบุกล่องทดลอง (chamber) ด้วยเซลเนื้อเยื่อบุผิวช่องปาก และใส่น้ำลายเทียมไว้ภายใน จากนั้นจึงปั๊มไอบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไป วันละ 15 นาที ผลจากการทดลองก็คือ เซลเนื้อเยื่อบุผิวช่องปากในกล่องทดลองมีเปอร์เซ็นต์การตายสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนวันที่ได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้า จากแค่ 2 %ในกลุ่มที่ไม่ได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้าเลย เป็น 18%, 40% และ 53% เมื่อได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเวลา 1, 2 และ 3 วัน ตามลำดับ

ถึงแม้ว่าในในรายงานของ Public Health England ภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณสุขประเทศอังกฤษได้ตีพิมพ์รายงานชื่อ E-cigarettes: an evidence update อธิบายว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน และเป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยเลิกบุหรี่มวน เนื่องจากสารประกอบในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสารประกอบที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ร่วมกับการใส่สารนิโคติน และใช้ความร้อนทำให้ของเหลวระเหยเป็นไอ ผิดกับบุหรี่มวนที่ใช้การเผาไหม้ให้เกิดควัน อีกทั้งบุหรี่มวนยังมีสารประกอบอื่น ๆ เช่น ทาร์ (น้ำมันดิน) ไซยาไนด์ และคาร์บอนมอนอกไซด์ เป็นองค์ประกอบอีกด้วย [Source: Public Health England]

แต่บุหรี่ไฟฟ้าก็ทำให้เซลล์ในช่องปากและระบบทางเดินหายใจได้รับสารอันตรายต่าง ๆ อย่างกลีเซอรีน โพรพิลีนไกลคอล และสารให้กลิ่นนิโคติน (Nicotine Aromas) ที่ถูกความร้อนจนระเหยขึ้นมาอยู่ดี

ผลจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อเซลในช่องปากนี้ อาจนำไปสู่การอักเสบ ติดเชื้อ รวมถึงการเป็นโรคเหงือกและปริทันต์อักเสบได้ สำหรับความเสี่ยงในการโรคมะเร็งนั้น อาจต้องติดตามกันในระยะยาวต่อไปว่าการสูบบุหรี่ชนิดนี้จะเพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งเช่นเดียวกับการสูบบุหรี่ชนิดมวนหรือไม่

แต่ที่แน่นอน คือ เราควรต้องเพลา ๆ การสูบบุหรี่ลงบ้างนะครับ สูบมากไปนอกจากจะไม่ดีต่อร่างกายแล้ว ยังไม่ดีสุขภาพช่องปากและฟันแน่นอนครับ

Comments

comments