>>กลิ่นปาก มาจากไหน

กลิ่นปาก
มาจากไหน?

เมื่อพบว่ามีปัญหากลิ่นปาก การแปรงฟัน อมลูกอมหรือเคี้ยวหมากฝรั่งเพื่อดับกลิ่นปากนั้นก็สามารถช่วยได้เฉพาะกับสาเหตุของกลิ่นปากที่ไม่เรื้อรัง เช่น รับประทานอาหารกลิ่นแรง ส่วนคนที่มีปัญหากลิ่นปากเรื้อรัง ก็จะต้องตรวจหาและแก้ไขที่ต้นเหตุเพื่อให้กลิ่นปากหมดไปอย่างถาวร

กลิ่นปากมาจากไหนได้บ้าง ?

  1. ฟันผุ

ควรตรวจเช็คช่องปากกับทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ และอุดฟันเมื่อพบฟันผุ ลดการบริโภคน้ำตาล โดยหลีกเลี่ยงหรือลดการดื่มเครื่องดื่มและอาหารที่มีรสหวาน รวมถึงใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ในการแปรงฟันเพื่อช่วยป้องกันฟันผุ

2. โรคเหงือกอักเสบและคราบหินปูน

สามารถป้องกันได้ด้วยการแปรงฟันตามสูตร 2-2-2 คือ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง แต่ละครั้งแปรงนานอย่างน้อย 2 นาที และงดกิน/ดื่มหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง และพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนเพื่อตรวจฟัน ในกรณีที่พบหินปูนก็ควรรีบขูด

4. แผลในช่องปาก

ไม่ว่าจะร้อนในหรือแผลชนิดอื่น ๆ ถ้าหากไม่ร้ายแรงก็จะสามารถหายได้เอง แต่ถ้าหากไม่หายภายใน 3 สัปดาห์ หรือมีอาการรุนแแรงขึ้น แนะนำให้พบแพทย์ค่ะ

5.คราบขาวบนลิ้น

ควรใช้ที่กวาดลิ้นทำความสะอาดลิ้นร่วมกับการแปรงฟัน หรือใช้แปรงสีฟันแปรงบริเวณลิ้นเบา ๆ

6.เศษอาหารติดค้างอยู่ในร่อง (crypts) ของต่อมทอนซิล

นิ่วทอนซิลโดยทั่วไปสามารถหลุดออกเองได้

ถ้าหากพบทันตแพทย์แล้วยังไม่พบสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก ก็ควรลองสำรวจสุขภาพร่างกายส่วนอื่น ๆ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพราะการเกิดกลิ่นปากยังสามารถเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ นอกจากปัญหาในช่องปากได้อีกค่ะ อาทิเช่น

  • ระบบทางเดินหายใจ : เช่น โรคปอด ไซนัส
  • ระบบทางเดินอาหาร : เช่น โรคกระเพาะ โรคกรดไหลย้อน
  • โรคอื่น ๆ : เช่น โรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน
  • พฤติกรรมอื่น ๆ : เช่น การสูบบุหรี่

Comments

comments